BRAND NEW EDGE เครื่องฉายรังสี EDGE

ในแวดวงการรักษาโรคมะเร็ง โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ หรือ โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ เรียกได้ว่าเป็นโรงพยาบาลเอกชนผู้บุกเบิกการรักษาโรคมะเร็ง โดยเฉพาะการเน้นเรื่องการรักษามะเร็งแบบองค์รวม ด้วยแพทย์ผู้ชำนาญการสาขาต่าง ๆ โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการรักษาและจิตใจของผู้ป่วยและญาติเป็นสำคัญ รศ.นพ.ประเสริฐ เลิศสงวนสินชัย ผู้อำนวยการศูนย์รังสีรักษาวัฒโนสถ โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็งอย่างรอบด้าน

แนวทางรักษาโรคมะเร็ง

ปัจจุบันแนวทางหลักสำหรับการรักษาโรคมะเร็งมีด้วยกัน 3 วิธี คือ
  • การผ่าตัด
  • การใช้ยา
  • การฉายรังสี
โดยทั่วไปแล้วการรักษาโรคมะเร็งส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาแบบผสมผสานกัน การที่แพทย์จะเลือกใช้วิธีการใดในการรักษา ปัจจัยสำคัญจะขึ้นอยู่กับระยะของโรคและอวัยวะที่เป็นมะเร็งระยะเริ่มแรก มักจะมีปัญหาเฉพาะที่ ส่วนมะเร็งระยะท้าย ๆ จะมีการลุกลามและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ และถึงแม้ว่าคนไข้บางรายจะมีรอยโรคเหมือนกัน เซลล์มะเร็งชนิดเดียวกัน ระยะโรคเหมือนกัน แต่วิธีการรักษาอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโรคร่วมและสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย แพทย์ที่ดูแลจะเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วย  

เทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็ง

ปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการรักษาโรคมะเร็งได้มีการพัฒนาไปในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดด้วยเทคนิคการส่องกล้อง การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด รวมถึงตัวยาที่รักษาแบบมุ่งเป้า หรือที่เรียกว่า Targeted Therapy ซึ่งตัวยาจะเจาะจงไปยังเซลล์มะเร็งเป้าหมายมากขึ้น เพราะฉะนั้นผลกระทบกับเซลล์เนื้อเยื่อปกติทั่วไปก็จะลดน้อยลง ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายได้มากขึ้น และที่สำคัญ การรักษามะเร็งในทุกวันนี้ไม่ได้หวังผลให้คนไข้มีชีวิตรอดเพียงอย่างเดียว มีการรักษาแบบสงวนอวัยวะ เพื่อให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถปฏิบัติหน้าที่ภารกิจให้เหมือนปกติได้  

EDGE เครื่องฉายรังสีศัลยกรรม

ด้านการรักษาด้วยรังสี ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบการฉายรังสีจากเดิม 2 มิติ เป็นแบบ 3 มิติ หรือ 4 มิติ และการฉายรังสีแปรความเข้มแบบหมุนรอบตัวผู้ป่วย ในขณะเดียวกัน เครื่องฉายรังสีก็มีนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น เครื่องฉายรังสีรุ่น EDGE ซึ่งเป็นเครื่องฉายรังสีที่เน้นเทคนิคการฉายรังสีศัลยกรรม
“EDGE เป็นเครื่องฉายรังสีศัลยกรรม เป็นการรักษาที่มุ่งเน้นเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ลักษณะที่สำคัญของเครื่อง คือ จะมีซี่วัตถุกำบังรังสี จำนวน 120 ซี่ ซึ่งสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างอิสระ และซี่วัตถุกำบังรังสีจะมีขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถเปิดขอบเขตลำรังสีได้อย่างรัดกุมสอดรับกับรูปร่างรูปทรงของก้อนเนื้อเยื่อที่เราต้องการรักษา และในขณะเดียวกันซี่วัตถุกำบังรังสีเหล่านี้ช่วยกำบังไม่ให้รังสีไปโดนอวัยวะปกติรอบข้างหรือกำบังให้โดนน้อยที่สุด”
นอกจากการรักษาแบบรังสีศัลยกรรมแล้ว เครื่อง EDGE ยังสามารถใช้เทคนิคที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยรังสี 3 มิติ (3D-RT) รังสี 3 มิติแบบปรับความเข้ม (IMRT) ซึ่งเป็นการฉายรังสีรักษาหลายทิศทาง ตลอดจนการฉายรังสีแบบหมุนรอบตัวผู้ป่วย (VMAT) ให้รังสีปริมาณสูงในระยะเวลาสั้น ๆ โดยอาศัยภาพรังสีนำวิถีเพื่อให้ตรงจุดในการรักษา ที่เรียกว่า Image – Guided Radiation Therapy (IGRT) รวมถึงการพัฒนาการฉายรังสีแบบ 4 มิติ (4D-RT) เพื่อให้มีประสิทธิภาพอย่างตรงจุดในอวัยวะที่ไม่อยู่นิ่ง ระหว่างที่มีการหายใจเข้า – ออก เช่น ปอดและตับ ในอดีตเครื่องฉายรังสีบางเครื่องถูกผลิตขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับการรักษาโรคมะเร็งในอวัยวะบางตำแหน่ง แต่สำหรับเครื่อง EDGE นับได้ว่าสามารถปรับการใช้งานได้อเนกประสงค์ และเครื่องฉายแสง EDGE ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นจุดหรือตำแหน่งเฉพาะที่มากขึ้น โดยเฉพาะตำแหน่งของก้อนมะเร็งที่อยู่ใกล้เคียงกับอวัยวะสำคัญหรืออวัยวะที่ไวต่อรังสีโดยเครื่อง EDGE สามารถใช้ได้กับการฉายรังสีทั่วทั้งร่างกาย ทั้งในสมองและนอกสมอง ได้แก่ ปอด ไขสันหลัง ต่อมลูกหมาก ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ และระบบทางเดิน ปัจจุบันมีการติดตั้งและใช้เครื่องฉายรังสี EDGE แล้วประมาณ 30 เครื่องทั่วโลก ซึ่งข้อมูลทางวิชาการพบว่า ให้ผลการรักษาเป็นอย่างดี โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถเป็นโรงพยาบาลเอกชน ‘ผู้นำ’ ที่ได้มีการใช้เครื่อง EDGE ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีทีมแพทย์สหสาขาและบุคลากรสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งในทุกมิติ มีโปรแกรมการตรวจวินิจฉัยการตรวจประเมินระยะโรคที่ถูกต้อง ทำให้ทีมแพทย์สามารถร่วมกันวางแผนการดูแลผู้ป่วยได้ทั้งต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทางที่สำคัญ มีการนำเข้าที่ประชุมแพทย์ (Tumor Conference) เพื่อจะได้มีความเห็นหลากหลายรูปแบบจากทีมแพทย์แล้วนำมาสรุปการรักษาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยแต่ละราย ผู้ป่วยบางรายที่มีแนวทางในการรักษาได้หลายวิธี ทีมแพทย์จะหาข้อเปรียบเทียบในการรักษาแต่ละวิธี แล้วให้ข้อมูลแก่คนไข้ เพื่อที่คนไข้จะได้ร่วมตัดสินใจในการรักษา อีกทั้งยังมีพาธเวย์ (Pathway) ในการดูแลผู้ป่วย และปัจจุบันยังได้ร่วมมือกับ University of Texas MD Anderson Cancer Center ซึ่งเป็นสถาบันผู้นำในการดูแลรักษาโรคมะเร็งระดับต้นของโลก ในฐานะ Sister Institute (สถาบันพี่ – น้อง) โดยที่ผ่านมาได้มีการปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้เพื่อให้โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถมีการพัฒนาตลอดเวลา  

หลัก 5 อ. ห่างโรค

แม้การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันจะรุดหน้าไปมาก การดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานด้วยตัวเองเพื่อให้ห่างไกลและลดอัตราเสี่ยงจากโรคร้าย มีข้อแนะนำง่าย ๆ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข คือ หลัก 5 อ. ประกอบด้วย
  1. อาหาร สำคัญมาก เพราะคนไข้ที่เป็นมะเร็ง 1 ใน 3 มีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ควรหลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่าง ไหม้เกรียม อาหารเนื้อแดง ไขมันสูง เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ และรับประทานอาหารให้ถูกต้องเหมาะสมตามวัยและสภาพร่างกาย
  2. ออกกำลังกาย เพราะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ร่างกาย
  3. อากาศ ควรได้รับอากาศที่บริสุทธิ์และหลีกเลี่ยงควันพิษ ควันบุหรี่ และการติดเชื้อต่าง ๆ
  4. อารมณ์ เป็นคนที่มีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ เพราะจะทำให้สมดุลของร่างกายเป็นปกติ หากหงุดหงิดอารมณ์เสีย สมดุลร่างกายจะแปรปรวน ถ้าไปเจอสิ่งกระตุ้นอื่น ๆ ก็อาจทำให้ภูมิต้านทานที่อ่อนแอลงไม่สามารถต่อต้านโรคได้
  5. งานอดิเรก ที่พักผ่อนทั้งกายและใจ
หากปฏิบัติตามหลัก 5 อ.ได้ครบ ไม่เฉพาะแค่โรคมะเร็ง แต่โรคอื่น ๆ จะไม่เข้ามาใกล้ด้วยเช่นกัน  

“การตรวจเช็กร่างกายตามช่วงอายุอย่างสม่ำเสมอก็ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องการค้นหามะเร็งระยะแรกเริ่ม ถึงแม้ยังไม่มีอาการใด ๆ เพราะยิ่งถ้าพบเร็วเท่าไร โอกาสที่จะหายก็สูงขึ้นเท่านั้น”

ข้อมูล : รศ.นพ.ประเสริฐ เลิศสงวนสินชัย ผู้อำนวยการศูนย์รังสีรักษาวัฒโนสถ โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ   สอบถามเพิ่มเติม โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ โทร 1719