มะเร็งตับอ่อนโรคต้องรู้

โรคมะเร็งตับอ่อนคืออะไร มีอาการอย่างไร ความชุกของโรคเป็นเช่นใด และมีปัจจัยเสี่ยงใดที่ทำให้เป็นโรคนี้ได้ ก่อนรู้จักโรคมะเร็งตับอ่อนต้องรู้จักตำแหน่งและหน้าที่ของตับอ่อน เพื่อจะได้เข้าใจอาการและการดำเนินโรคต่อไป  

หน้าที่ของตับอ่อน

ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่อยู่ในส่วนของช่องท้องด้านบน หลังกระเพาะและติดกับลำไส้เล็กส่วนต้น โดยส่วนหัวของตับอ่อนเป็นทางผ่านของท่อทางเดินน้ำดีจากตับ โดยตัวตับอ่อนจะทำหน้าที่หลักคือ ผลิตน้ำย่อยในการย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน น้ำย่อยต่าง ๆ ที่ตับอ่อนผลิตนั้นจะถูกหลั่งออกมาที่ท่อน้ำดีส่วนปลาย ออกสู่ลำไส้เล็กเพื่อย่อยอาหารต่อไป หน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างของตับอ่อน คือ สร้างฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งทำหน้าที่ลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด และ ฮอร์โมนกลูคากอนที่ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของระดับน้ำตาลในร่างกาย มะเร็งตับอ่อนตำแหน่งของตับอ่อนในร่างกาย

ชนิดของมะเร็งตับอ่อน

มะเร็งตับอ่อนมีหลายชนิด ส่วนใหญ่จะเป็นชนิดที่เกิดจากเซลล์ท่อตับอ่อน (Ductal Adenocarcinoma) โดยมีส่วนน้อยที่เกิดจากเซลล์ที่สร้างฮอร์โมนต่าง ๆ หรือบางชนิดมีลักษณะเป็นถุงน้ำ  

อาการมะเร็งตับอ่อน

อาการของโรคมะเร็งตับอ่อนจึงแบ่งตามตำแหน่งที่เกิด คือ
  1. ก้อนที่อยู่บริเวณหัวตับอ่อน เนื่องจากบริเวณหัวตับอ่อนจะเป็นทางผ่านของท่อทางเดินน้ำดี ดังนั้นผู้ป่วยจะมีอาการของการระบายน้ำดีออกไม่ได้และมีน้ำดีคั่งในกระแสเลือด ทำให้เกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย กินได้น้อย น้ำหนักลด ถ่ายอุจจาระเป็นมัน เนื่องจากไม่สามารถย่อยไขมันได้ ในช่วงแรกอาจไม่มีอาการปวดท้อง ต่อมาอาจมีอาการปวดท้องจากก้อนเนื้อลุกลามเข้าไปบริเวณเส้นประสาท บางรายอาจมีอาการอาเจียนมาก เนื่องจากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่มากไปกดเบียดลำไส้เล็กส่วนต้น ทำให้อาหารผ่านไม่ได้
  2. ก้อนที่อยู่บริเวณตัวและหางตับอ่อน เนื่องจากส่วนนี้ไม่ได้อยู่ใกล้ท่อน้ำดี ในระยะแรกผู้ป่วยจึงมักไม่มีอาการ แต่จะเริ่มมีอาการเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่หรือมีการกระจายของโรคแล้ว โดยผู้ป่วยจะมีอาการ เช่น อ่อนเพลีย กินได้น้อย น้ำหนักลด ปวดท้องจากก้อนไปเบียดเส้นประสาท ท้องมานจากการที่มีมะเร็งกระจายไปที่เยื่อบุช่องท้อง
 

pancreas-pic2.jpg

เนื่องจากก้อนที่อยู่บริเวณหัวตับอ่อนมักเบียดท่อน้ำดีและทำให้เกิดอาการตัวเหลืองได้ง่าย ผู้ป่วยจึงมาพบแพทย์เร็วและมักพบก้อนในขณะที่ยังเล็กอยู่ ส่วนก้อนที่อยู่บริเวณหางตับอ่อนมักไม่มีอาการจนกระทั่งตรวจพบเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่หรือในระยะลุกลาม ดังนั้นผู้ป่วยที่มีก้อนจึงมีการพยากรณ์โรคดีกว่าก้อนที่หางตับอ่อน นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเบาหวานร่วมด้วย หรืออาจมีอาการของตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันนำมาก่อนได้  

โอกาสในการเกิดมะเร็งตับอ่อน 

มะเร็งตับอ่อนพบได้มากขึ้นในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป เจอได้ในอัตราส่วนประชากร 14.8 : 100,000 (2) คน ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่ต่ำมาก ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง อ่อนเพลีย น้ำหนักลด จึงควรนึกถึงโรคอื่นที่พบได้บ่อยกว่าร่วมด้วยเสมอ เช่น โรคตับแข็ง โรคตับอักเสบจากสาเหตุต่าง ๆ โรคมะเร็งตับหรือโรคที่มีอาการอุดตันท่อน้ำดีอื่น ๆ เช่น นิ่วในท่อน้ำดี มะเร็งท่อน้ำดี เป็นต้น อย่างไรก็ตามมะเร็งตับอ่อนมีโอกาสเป็นมากขึ้นในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านมที่มียีนทีกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านม (BRCA Genes) ผู้ป่วยที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งตับอ่อน การสูบบุหรี่ การกินเนื้อสัตว์ และอาหารมันเป็นปริมาณมาก  

ตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งตับอ่อน

ผู้ป่วยมักมาด้วยอาการตัวเหลือง อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ปวดท้องเรื้อรัง ต้องวินิจฉัยแยกโรคกับโรคอื่น ๆ ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวควรไปพบแพทย์เพื่อทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้น เช่น การทำงานของเม็ดเลือด การทำงานของตับ ซึ่งถ้ามีลักษณะเข้าได้กับการอุดตันของทางเดินน้ำดี แพทย์ผู้ดูแลอาจส่งตรวจตรวจเพิ่มเติมเช่น อัลตราซาวนด์ ซีทีสแกน และพิจารณาตัดชิ้นเนื้อมาตรวจเป็นรายๆไป ในส่วนของการรักษา  แพทย์จะทำการประเมินระยะโรคก่อน จากลักษณะของภาพถ่ายทางรังสี ถ้าสามารถผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกได้หมดจะพิจารณาผ่าตัด แต่ถ้าผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกได้ไม่หมดจะพิจารณาการให้เคมีบำบัดและรักษาประคับประคองเป็นราย ๆ ไป